January 30, 2020

ช็อกโกแลต มีประโยชน์นะ!

เนื่องจากใน ช็อกโกแลต นั้น มีส่วนประกอบของ “โกโก้” ที่เป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งมีส่วนประกอบของสารเคมีหลายชนิด เช่น สารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ (flavonoids) สารฟีนิลเอทิลลามีน (phenylethylamine) และสารโพลีฟีนอล (polyphenol) จึงทำให้การบริโภคช็อกโกแลต อาจทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายได้หลากหลายด้าน

แต่ถึงอย่างนั้นใน ช็อกโกแลต ก็ยังคงมี สารคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่อาจออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทหรือร่างกายได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงมีการค้นคว้าเกี่ยวกับ ประโยชน์จากการบริโภคช็อกโกแลต ในแนวทางที่หลากหลาย 

ชนิดของช็อกโกแลต

1.Dark Chocolate (ดาร์กช็อกโกแลต) เป็นช็อกโกแลตที่เข้มข้น มีส่วนประกอบของ โกโก้ลิคเคอ ไขมันโกโก้ น้ำตาล และอาจแต่งกลิ่นวานิลา ดาร์กช็อกโกแลต มีรสเข้มข้นกว่า มิลค์ช็อกโกแลต และไวท์ช็อกโกแลต โดยส่วนมากนิยมนำไปเป็นส่วนประกอบสำหรับทำอาหารได้

2.Milk Chocolate (มิลค์ช็อกโกแลต) เป็นช็อกโกแลตที่มีส่วนประกอบเหมือนกับดาร์กช็อกโกแลตเพียงเพิ่มส่วนประกอบของนมเพิ่มเติม ทำให้มีรสชาติหวาน มัน และรสนุ่มลมุนลิ้นมากกว่าดาร์กช็อกโกแลต

3.White Chocolate (ช็อกโกแลตสีขาว) เป็นช็อกโกแลตที่ไม่มีส่วนผสมของ โกโก้ลิคเคอ แต่มีส่วนผสมของโกโก้บัตเตอร์  น้ำตาล นม และแต่งกลิ่น อาทิเช่น วานิลา ซึ่งมีความหวานมัน มากที่สุดในบรรดาช็อกโกแลตสามชนิด

ช็อกโกแลตนั้น มีคุณประโยชน์หลากหลายมากมาย จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย!

ช่วยให้ความจำดีขึ้น

ช็อกโกแลต ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ไปเลี้ยงสมองมากขึ้น­­­ ทำให้เราจดจำอะไรได้ดีขึ้น จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย Nottingham ในประเทศอังกฤษ เผยว่า สารฟลาโวนอยด์ในโกโก้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำของสมองให้น­­­านมากขึ้นถึง 2-3 ชั่วโมง

ช่วยลดความเครียด

ช็อกโกแลตก็สามารถชะลอการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนผิวได้ โดยนักวิทยาศาสตร์ก็ได้อธิบายว่า ธาตุอาหารต่าง ๆ ในดาร์คช็อกโกแลตจะช่วยปรับฮอร์โมนของเราให้เป็นปกติและเร่งร่างกายให้ขับสารเอนโดรฟีนหรือฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา จึงทำให้คนที่ได้รับประทานช็อกโกแลตเข้าไปแล้วทำให้อารมณ์ดี ลดความเครียดที่มีและเมื่ออารมณ์ดีก็จะส่งผลไปถึงสุขภาพผิวพรรณให้สวยสดใสเปล่งปลั่งไร้ริ้วรอย

ทำให้อารมณ์ดีขึ้น

         ในขณะที่เรากำลังกินดาร์กช็อกโกแลตนั้น สมองของเราจะหลั่งสารแห่งความสุข หรือสารเอ็นดอร์ฟิออกมาด้วย ทำให้เรารู้สึกอารมณ์ดีขึ้น

ช่วยให้อยากอาหาร

การทานช็อกโกแลตจะทำให้สมองกลีบหน้าทำงานดีขึ้น กล่าวคือ มันเป็นศูนย์กลางที่สามารถลดความอยากอาหารให้กับคุณได้ รู้อย่างนี้แล้ว มีช็อคโกแลตติดกระเป๋าไว้สักแท่งก็ดีนะ

บำรุงหัวใจและเลือด

จากผลการวิจัยของประเทศสวีเดนเผยว่า การกินช็อกโกแลตอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งช่วยลดความเสี่ยงเ­­­สียชีวิตด้วยโรคหัวใจได้สูงถึงร้อยละ 44 ทั้งนี้เป็นเพราะปริมาณสารฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลตนั้นช่วยป­­­รับสมดุลความดันโลหิต เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจมากขึ้น ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัวที่จะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบตันในเว­­­ลาต่อมา ด้วยความที่ช็อกโกแลตแท่งสีดำเข้ม นั้นอุมดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่สำค­­ัญต่อร่างกาย เช่น โพแทสเซียม สังกะสี แมกนีเซีย และธาตุเหล็ก จีงช่วยบำรุงเลือดของเราให้เกิดการไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้เราห่างไกลจากภาวะโลหิต โรคเบาหวานประเภท 2 โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง

ช่วยลดคอเรสเตอรอล

จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ในสหรัฐอเมริกา เผยว่า สารฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลตนั้นช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลื­­­อดได้ และยังช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตได้อีกด้วย เพราะช็อกโกแลตชนิดนี้มีกรดโอเลอิกสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อร่างกาย

ช่วยเร่งให้ผมยาวสลวย

ช็อกโกแลตมีทั้งธาตุเหล็ก, แคลเซียม, สังกะสี และทองแดง ซึ่งมีส่วนช่วยเร่งการผลัดเซลล์ใหม่ แถมยังมีสรรพคุณในเรื่องการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจน จึงส่งผลให้หนังศีรษะมีสุขภาพดีทำให้ผมหนาและสลวยเงางามไปด้วย

ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์

         ช็อกโกแลตเป็นอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง และชะลอกระบวนการเกิดริ้วรอยบนผิวพรรณ เป็นต้น

ผิวนุ่มชุ่มชื้น

ช็อกโกแลต อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก, แคลเซียม, วิตามิน A, B1, C, D และวิตามิน E ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นธาตุอาหารที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงผิวพรรณให้นุ่มชุ่มชื้น ดูมีชีวิตชีวา

ปกป้องผิวจากแสงแดด

ช็อกโกแลต มีสาร“ฟลาโวนอยด์” (Flavonoid) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นชนิดเช่นเดียวกับไวน์แดง พืชผัก ผลไม้ และใบชา จึงช่วยปกป้องผิวจากแสงยูวีได้นั่นเอง

ป้องกันโรคเบาหวาน

สารฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลตช่วยยับยั้งการกระตุ้นสร้างอินซู­­­ลินในร่างกายได้ และยังช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตของเราอีกด้วย จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน

ช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก

 มีการวิจัยที่พบว่า คนที่ทานช็อกโกแลตในปริมาณที่ปกติจะมีรูปร่างที่เล็กลงกว่าคนที่ไม่ทานช็อกโกแลตเลย  เพียงแต่การทานช็อกโกแลตนั้นต้องทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปเพราะอาจทำให้คุณมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแทนได้

ลดอาการซึมเศร้า

ช็อกโกแลต มีสารเซโรโทนินโดพามีนและฟีนิลไทลามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ ก็ในช็อกโกแลตมันมีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โมโนเอมินเอ็กซิเดส หรือเรียกสั้นๆว่า ‘’MAO inhibitor’’ ที่มีส่วนคล้ายคลึงกับยา anti-depressent ที่ใช้กับโรคซึมเศร้านั่นเอง และเจ้า MAO inhibitor จะไปทำให้สารสื่อประสาทต่างๆ สามารถทำงานได้ดีขึ้น พอส่วนต่างๆทำงานได้ดีขึันแล้วความคิดของคุณก็จะแจ่มใสขึ้นตามมา รู้อย่างนี้แล้วเมื่อรู้ตัวว่ากำลังเศร้า เหงาซึม หาทางออกไม่เจอ ก็ลองหยิบช็อกโกแลตมาทานเล่นเพลินๆ กันนะ

บรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือนของผู้หญิง

         ช็อกโกแลตสามารถบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือนของผู้หญิงได้ โดยจะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมาปรับสมดุลอารม­­­ณ์ และยังช่วยลดอาการบวมน้ำได้อีกด้วย

ดีต่อลูกน้อยในครรภ์

         คนท้องที่กินช็อกโกแลตเป็นประจำมีแนวโน้มว่าลูกน้อยในครรภ์เป็น­­­เด็กอารมณ์ดี ยิ้มเก่ง จากผลการวิจัยของประเทศฟินแลนด์ เผยว่า คนท้องที่กินช็อกโกแลตมากกว่า 5 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งท้องนั้น มีความเสี่ยงต่ำที่จะครรภ์เป็นพิษถึงร้อยละ 69 อีกทั้งยังมีแนวโน้มได้ลูกน้อยที่มีนิสัยน่ารัก อารมณ์ดี และยิ้มเก่งด้วย สาเหตุมาจากการที่สมองของคุณแม่หลั่งสารเคมีเฟนิลเอธิลลามีน (Phenylethylamine) ออกมาขณะกินช็อกโกแลต ทำให้รู้สึกอารมณ์ดี ซึ่งความรู้สึกนี้ก็จะถ่ายทอดถึงลูกน้อยด้วย

ลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก

ช็อกโกแลตเป็นอาหารที่มีความหวานต่ำ เพราะมีสารคาเฟอีนให้ความขมที่เรียกว่า ธีโอโบรมีน(Theobromine) อยู่ในปริมาณสูง ดังนั้น กินแล้วจึงไม่ต้องห่วงว่าฟันจะผุจากการสะสมของแบคทีเรีย

บรรเทาอาการท้องเสีย

         เคยมีบันทึกกล่าวเอาไว้ว่า ในทวีปยุโรป และอเมริกาใต้ ในสมัยศตวรรษที่ 16 นั้นมีการนำช็อกโกแลต มาใช้บรรเทา อาการท้องเสีย เพราะ สารฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลต จะจับตัวกับโปรตีนในร่างกาย เพื่อปรับสมดุลการขับถ่ายของเราให้ดีขึ้น

ข้อยกเว้นของช็อกโลแลตสำหรับเรื่องสุขภาพ

ช็อกโกแลต ก็มีข้อจำกัดบางประการ สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ หากกินเข้าไปแล้ว อาจเกิดผลเสียตามมาได้

สำหรับผู้ป่วยที่เป็น ไมเกรน

          เพราะในช็อกโกแลตนั้นมีสารเคมีที่ชื่อ ไทรามีน (Tyramine) ที่จะยิ่งทำให้การไหลเวียนของเลือดอยู่ในระดับต่ำลง อาการปวดไมเกรนอาจหนักขึ้นกว่าเดิม

สำหรับผู้ป่วยที่เป็น โรคไต

         ช็อกโกแลตเป็นอาหารที่มีกรดออกซาลิกสูง หากผู้ป่วยโรคไตกินเข้าไปอาจทำให้เกิดผลึกแคลเซียมออกซาเลทสะส­มเป็นก้อนนิ่วในกรวยไตมากขึ้น

ช็อกโกแลตนั้น ถึงจะมีประโยชน์ที่มากมาย แต่ก็ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม เพราะในช็อกโกแลต ยังคงมีน้ำตาลและนมผสมอยู่ ซึ่งปริมาณที่พอเหมาะต่อวัน คือ 100 กรัม เพราะถ้ารับประทานมากกว่านี้ อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้

อ่านบทความอื่นๆ

เป็น ภูมิแพ้ ! เลือกรับประทานอาหารแบบไหนดี…

เกมน่าสนุกได้เงิน : PGSLOTGAME , PGSLOT