January 30, 2020

แครอท กับประโยชน์ที่มากมายอย่าบอกใคร!

แครอท เป็นพืชที่ขึ้นชื่อว่า อุดมไปด้วย วิตามิน และสารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีน พบได้มากใน พืช ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่าง ๆ ปกติแล้ว ร่างกายของมนุษย์ สามารถเปลี่ยน เบต้าแคโรทีน ให้ไปเป็นวิตามินเอได้ และอาจทำหน้าที่ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และสรรพคุณของแครอท ยังเป็นยารักษาโรคได้ สามารถช่วยใช้รักษาอาการได้อย่างหลากหลาย และมีประโยชน์ในด้านอื่นๆอีกมากมาย จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน!

ช่วยบำรุงสุขภาพผิวให้สดใสเปล่งปลั่ง

แครอท อุดมไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระ  เช่น วิตามินเอ ช่วยในเรื่องการป้องกัน การเสื่อมอายุของผิวหนัง ซ่อมแซมผิวหนังที่เสียไป นอกจากนี้ วิตามินเอ ยังมีความสำคัญ ต่อกระบวนการเติบโตของผิวหนัง และเป็นสารสำคัญ ที่ช่วยทำให้ผิวหนัง ทำงานเป็นปกติ  วิตามินซีในแครอท ช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งทำให้ผิวหนัง มีความยืดหยุ่น นุ่ม  แลดูสุขภาพดี

ช่วยป้องกันเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดด

รังสียูวี นับว่าเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำให้ผิวเสีย อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้นอีกด้วย การรับประทานแครอท จะสามารถป้องกันผิวพรรณ จากรังสียูวีได้ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นเหมือนสารกันแดดจากธรรมชาติ ช่วยปกป้องผิวได้อีกด้วย  มีรายงานว่า การรับประทานเบต้าแคโรทีน  90-180  มิลลิกรัม สามารถช่วยป้องกันแสงแดด เทียบเท่า SPF เท่ากับ 4

ช่วยบำรุงเส้นผม

ในแครอท มีวิตามินเอ ซึ่งช่วยป้องกันหนังศีรษะแห้ง และกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม  ลดการเกิดรังแค  ลดการหลุดร่วงของเส้นผม   มีเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยบำรุงเส้นผม และหนังศีรษะให้แข็งแรง อีกทั้งยังมีวิตามินซี ช่วยทำให้ผมที่ขาดน้ำหนัก กลับมานุ่มสลวยขึ้น 

ช่วยบำรุงและรักษาสายตา

หากต้องการมีดวงตาคู่สวย อยู่กับคุณไปนาน ๆ แครอทสามารถช่วยได้เป็นอย่างดี เพราะแครอท มากด้วยวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน จึงป้องกันไม่ให้ดวงตาเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร

ช่วยป้องกันการเกิดสิว

แครอทจะช่วยปรับค่า pH ของผิวเพื่อให้เกิดความสมดุล  ลดการทำลายเซลล์ผิว และลดการติดเชื้อแบคทีเรีย บริเวณผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว  การนอกจากนี้ การดื่มน้ำแครอทผสมน้ำผึ้ง ก็ช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดสิวได้

ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร

หากต้องการมีรูปร่างที่ดี ฟิตแอนด์เฟิร์ม ก็อย่าลืมรับประทานแครอทเป็นประจำ เพราะสารอาหารในแครอท จะช่วยให้การทำงานของ ระบบย่อยอาหารดีขึ้น และช่วยให้ร่างกาย สามารถเผาผลาญพลังงาน ได้เป็นอย่างดี

โรคขาดวิตามินเอ

โดยปกติแล้ว เมื่อรับประทาน แครอท เข้าไป ร่างกายจะสามารถเปลี่ยน เบต้าแคโรทีน ให้เป็นวิตามินเอ ซึ่งมีงานวิจัยบางงาน เกี่ยวกับการรับประทานแยมแครอท 1 ช้อนทุกวัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 สัปดาห์ พบว่า สามารถช่วยเพิ่มอัตรา การเจริญเติบโตของเด็กที่เป็นโรคขาดวิตามินเอ และยังมีงานวิจัยอื่น ๆ เกี่ยวกับ การรับประทานแครอทขูด ในปริมาณ 100 กรัมทุกวัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 60 วันโดยทำการศึกษาทดลอง กับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ พบว่าระดับวิตามินเอเพิ่มสูงขึ้น ในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์บางคน ที่มีความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินเอ

ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการมีประจำเดือน

ในแครอท มีธาตุเหล็ก และสารอาหารมากมาย เช่น วิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน  ในช่วงมีประจำเดือน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะสูญเสียธาตุเหล็กไปมากกว่าปกติ ส่งผลให้ ร่างกายอ่อนเพลีย ผมร่วง ขาดสมาธิ และเป็นโรคโลหิตจางได้ อีกทั้งวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน ยังช่วยเรื่อง การไหลเวียนของเลือด และควบคุมให้ประจำเดือนมาเป็นปกติได้

บำรุงสุขภาพในผู้หญิงตั้งครรภ์

แครอทสามารถช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี ทั้งคุณแม่และเด็กในครรภ์ วิตามินเอ ช่วยพัฒนาสมอง และปอดของทารกในครรภ์ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติ ที่จะเกิดกับทารกได้อีกด้วย  ส่วนตัวคุณแม่ ก็จะมีสุขภาพแข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคโลหิตจาง และยังกระตุ้นให้มีน้ำนมเพียงพอ สำหรับลูกอีกด้วย  นอกจากนี้ แครอทยังเป็นอาหารควบคุมน้ำหนักให้คุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์อีกด้วย

เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ และลดการเกิดออกซิเดชั่นของไขมัน

ไขมันและโรคอ้วน เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดและหัวใจ กลุ่มอาการเมตาบอลิก และโรคเบาหวาน ซึ่งมีการศึกษาชิ้นหนึ่ง เกี่ยวกับประสิทธิภาพของน้ำแครอท โดยให้กลุ่มตัวอย่าง เพศชาย จำนวน 8 คน และเพศหญิง จำนวน 9 คนบริโภคน้ำแครอทคั้นสด ในปริมาณ 16 ออนซ์ ทุกวัน เป็นเวลา 3 เดือน และเก็บตัวอย่างเลือด ทั้งก่อนและหลังการทดลอง พบว่า การบริโภคน้ำแครอท เพิ่มความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของพลาสม่าได้

โรคไฟโบรมัยอัลเจีย

 ผู้ป่วยจะมีอาการตึง เมื่อย หรืออาการปวดกล้ามเนื้อแบบเรื้อรัง นอนไม่หลับ ปวดท้อง แน่นท้อง คลื่นไส้ ปวดไมเกรน เครียด วิตกกังวล มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ สมาธิลดลง เป็นต้น ซึ่งมีงานวิจัย เกี่ยวกับการรับประทานอาหารมังสวิรัติ ร่วมกับดื่มน้ำแครอท 2-4 แก้ว เป็นเวลา 7 เดือน พบว่า ผู้ป่วยโรคไฟโบรมัยอัลเจีย บางคนมีอาการที่ดีขึ้น

อาการท้องเสีย

 นอกจากแครอทจะอุดมไปด้วย เบต้าแคโรทีนแล้ว ยังอุดมไปด้วยกากใยอาหาร ซึ่งอาจมีส่วนช่วยปรับปรุง ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก รวมถึงอาการท้องเสีย ซึ่งจากงานวิจัยชิ้นหนึ่ง เกี่ยวกับการให้ทารกและเด็กเล็ก ที่มีอาการท้องเสียอย่างเฉียบพลัน อายุระหว่าง 3-48 เดือนที่มีภาวะขาดน้ำ ไม่มากถึงระดับปานกลาง จากอาการท้องเสีย รับประทานสารละลายเกลือแร่ืที่มีส่วนผสมของแครอทและข้าว พบว่ากลุ่มตัวอย่าง ถ่ายอุจจาระ และมีระยะเวลาที่เกิดอาการท้องเสียลดลง

ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม

สาเหตุหนึ่ง ของการเกิดโรคมะเร็ง มาจากอนุมูลอิสระ ที่มาจากอาหาร และมลพิษที่อยู่รอบตัว เมื่อสิ่งเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย แล้วก็จะทำลายเซลล์ และแปรสภาพให้เซลล์นั้น กลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ แต่หากรับประทานแครอทอยู่เป็นประจำ  ร่างกายจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งต่างๆ รวมถึงมะเร็งเต้านมได้ อีกทั้งยังช่วยต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ที่เข้าสู่ร่างกายแล้วด้วย  จากงานวิจัยพบว่า เบต้าแคโรทีน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม ในผู้หญิงใกล้หมดประจำเดือนได้

โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

 มีการศึกษาทดลอง เกี่ยวกับพลาสมา และอาหารที่มีส่วนประกอบของ แคโรทีนอยด์ และความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก พบว่าระดับพลาสม่าแคโรทีนอยด์สูง อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้น้อย ซึ่งจากการศึกษานี้ ได้แนะนำว่าการรับประทานอาหาร ที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน อาจทำหน้าที่ช่วยป้องกัน การเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้ชายวัยหนุ่มได้

อ่านบทความอื่นๆ

ช็อกโกแลต มีประโยชน์นะ!

ที่มา : PG SLOT , PGSLOT , PGSLOTGAME